Pointspot Loyalty Insights · Spa & Beauty · อ่าน 7 นาที

อยากทำระบบสะสมแต้มและสมาชิกสำหรับ คลินิกความงาม สปา และซาลอน ควรเลือกระบบแบบไหนดีที่สุด?

ลูกค้าใช้สมาร์ตโฟนรับสิทธิ์สมาชิกที่คลินิกความงามและสปาพรีเมียม

ลักษณะเฉพาะและปัญหาหลักของธุรกิจคลินิกความงาม สปา และซาลอน

ธุรกิจบริการด้านความงามและสุขภาพมีโครงสร้างรายได้ที่พึ่งพาการซื้อซ้ำระยะยาวและการขายแพ็กเกจล่วงหน้า รอบการกลับมาใช้บริการของลูกค้ามีระยะห่างตั้งแต่ 4 สัปดาห์สำหรับการทำผมหรือทำเล็บ ไปจนถึง 1–3 เดือนสำหรับการทำหัตถการและทรีตเมนต์ใบหน้า ระยะห่างดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการเผชิญปัญหาสำคัญ 3 ประการที่ระบบสะสมแต้มทั่วไปแก้ไขไม่ได้

1. ลูกค้าซื้อคอร์สแล้วหายตัว ขาดการกลับมาใช้บริการต่อเนื่อง

คลินิกและสปาจำนวนมากทำยอดขายแพ็กเกจได้สูงในช่วงโปรโมชัน แต่ลูกค้ากลับมาใช้สิทธิ์เพียง 1–2 ครั้งแรกแล้วเงียบหายไป เมื่อลูกค้าไม่กลับมาทำหัตถการตามรอบที่กำหนด ผลลัพธ์ของการรักษาจะไม่ชัดเจน ส่งผลให้โอกาสในการต่อคอร์สใหม่ (Renewal) หรือการนำเสนอบริการเสริม (Upsell) ลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ การปล่อยให้ลูกค้าห่างหายไปนานเกินรอบบริการปกติยังเพิ่มความเสี่ยงที่ลูกค้าจะเปลี่ยนไปทดลองใช้บริการกับคู่แข่งในทำเลใกล้เคียง

2. ขาดข้อมูลจำแนกลูกค้า VIP ตัวจริงตามกฎ 80/20

ในธุรกิจคลินิกความงามและสปาระดับพรีเมียม รายได้หลักราว 80% มักมาจากกลุ่มลูกค้าประจำที่มีกำลังซื้อสูงเพียง 20% ของฐานลูกค้าทั้งหมด หากร้านใช้ระบบบันทึกข้อมูลแยกส่วนหรือดูเพียงยอดขายรายวัน ผู้บริหารและพนักงานต้อนรับจะไม่สามารถระบุได้ทันทีว่าลูกค้าที่เดินเข้ามาหน้าเคาน์เตอร์มียอดใช้จ่ายสะสมเท่าไร มาใช้บริการบ่อยเพียงใด หรืออยู่ในกลุ่มที่พร้อมรับข้อเสนอแพ็กเกจใหญ่ การดูแลลูกค้าทุกคนด้วยมาตรฐานและโปรโมชันแบบเดียวกันหมดจึงทำให้เสียโอกาสในการสร้างความผูกพันกับกลุ่มลูกค้าทำเงินหลักของร้าน

3. ความยุ่งยากหน้าร้านจากบัตรกระดาษและข้อพิพาทเรื่องสิทธิ์คงเหลือ

การใช้บัตรปั๊มตราประทับหรือสมุดตัดคอร์สกระดาษสร้างอุปสรรคในการให้บริการหน้าเคาน์เตอร์ ลูกค้ามักลืมพกบัตรมาในวันนัดหมาย ทำบัตรสูญหาย หรือไม่ทราบจำนวนสิทธิ์และแต้มคงเหลือของตนเอง ในฝั่งของการบริหารจัดการ บัตรกระดาษตรวจสอบย้อนหลังได้ยาก เสี่ยงต่อการทุจริตปั๊มแต้มหรือตัดสิทธิ์ผิดพลาดโดยพนักงาน และมักนำไปสู่ข้อพิพาทเรื่องจำนวนครั้งหรือวันหมดอายุของสิทธิ์ระหว่างลูกค้ากับพนักงานต้อนรับ

4 เสาหลักกลยุทธ์ระบบสมาชิกสำหรับคลินิกความงาม สปา และซาลอน

การออกแบบระบบ Loyalty Program ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้ากลุ่มความงาม ต้องอาศัยเครื่องมือที่ลดขั้นตอนหน้าร้านและกระตุ้นการกลับมาใช้บริการตามรอบเวลาจริงผ่าน 4 กลยุทธ์หลักดังนี้

เสาหลักที่ 1: สะสมแต้มด้วยเบอร์โทรศัพท์และแจ้งเตือนผ่าน LINE OA ทันที (No App Download)

ลูกค้าของคลินิกความงามและสปาให้ความสำคัญกับความสะดวกและความเป็นส่วนตัว การบังคับให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเฉพาะของร้านและกรอกแบบฟอร์มยาวเหยียดหน้าเคาน์เตอร์เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกค้าปฏิเสธการสมัครสมาชิก

ระบบที่เหมาะสมต้องใช้หมายเลขโทรศัพท์เป็นรหัสอ้างอิงหลัก เพียงลูกค้าแจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน พนักงานสามารถส่งพอยท์หรือคูปองเข้าระบบได้ทันที ลูกค้าเข้าถึงบัตรสมาชิกดิจิทัลผ่าน Web Browser หรือเชื่อมต่อกับ LINE Official Account (LINE OA) ของทางร้านเพื่อรับการแจ้งเตือนแต้มสะสม คูปองใหม่ และแจ้งเตือนพอยท์ใกล้หมดอายุผ่านแอปพลิเคชัน LINE ที่เปิดใช้งานอยู่ทุกวัน

เสาหลักที่ 2: การจัดลำดับขั้นสมาชิกเพื่อดูแลกลุ่ม VIP (Multi-Tier VIP Progression)

เมื่อรอบการใช้บริการห่างกันเป็นเดือน การมอบส่วนลดระยะสั้นเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการรักษาลูกค้าไว้ในระยะยาว ระบบสมาชิกต้องสร้างสถานะที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามยอดใช้จ่ายสะสม เช่น การแบ่งระดับบัตรสมาชิก (Member Card Tiers) เป็น Silver, Gold และ Platinum โดยใช้ระบบปรับระดับบัตรสมาชิกอัตโนมัติ (Automation Member Card) ที่คำนวณจากพอยท์สะสมในรอบ 1–12 เดือนตามที่คลินิกกำหนด

ธุรกิจสามารถผูกสิทธิประโยชน์เฉพาะระดับเพื่อสร้างความรู้สึกพิเศษ เช่น สิทธิ์สำรองคิวแพทย์หรือช่างประจำแบบเร่งด่วน (Fast Lane) ส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับทรีตเมนต์ใหม่ และของขวัญเดือนเกิดผ่านฟีเจอร์ Birthday Targeting เมื่อลูกค้าไต่ระดับขึ้นสู่สถานะ VIP แล้ว ต้นทุนทางจิตวิทยาในการเปลี่ยนไปใช้บริการร้านคู่แข่งจะสูงขึ้นทันที

เสาหลักที่ 3: แคมเปญคูณพอยท์ช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off-Peak Point Multiplier)

คลินิกความงาม สปา และซาลอน มักประสบปัญหาคิวแน่นเกินกำลังการให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์หรือช่วงเย็นหลังเลิกงาน ในขณะที่ห้องทรีตเมนต์และพนักงานกลับว่างในช่วงบ่ายวันธรรมดา (จันทร์–ศุกร์ เวลา 11.00–15.00 น.)

ฟีเจอร์ Point Campaign 2X/3X ช่วยให้ผู้บริหารตั้งแคมเปญมอบพอยท์พิเศษ 2 เท่าหรือ 3 เท่าสำหรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในวันธรรมดาหรือช่วงโลว์ซีซัน กลยุทธ์นี้ช่วยเกลี่ยความหนาแน่นของคิวงาน เพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์จากห้องหัตถการและเวลาทำงานของพนักงาน และจูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจนัดหมายในวันเวลาที่ร้านต้องการโดยไม่ต้องประกาศลดราคาค่าบริการหลักจนเสียภาพลักษณ์แบรนด์

เสาหลักที่ 4: กลยุทธ์คูปองดิจิทัล 6 รูปแบบ และระบบแนะนำเพื่อน (Friend Get Friends)

โจทย์การตลาดของธุรกิจความงามมีทั้งการดึงลูกค้าใหม่ การกระตุ้นให้ลูกค้าเก่ากลับมาทำคอร์สต่อเนื่อง และการเพิ่มยอดขายต่อบิล ระบบ Pointspot จึงออกแบบคูปองดิจิทัล 6 ประเภทให้เลือกใช้ตามวัตถุประสงค์เฉพาะด้าน ควบคู่กับระบบบอกต่อดังนี้

  1. Welcome Coupon (คูปองต้อนรับสมาชิกใหม่): ส่งอัตโนมัติทันทีที่ลูกค้าสมัครสมาชิกเพื่อลดแรงต้านในการตัดสินใจซื้อครั้งแรก เช่น ส่วนลด 15% สำหรับทรีตเมนต์แรกเมื่อลงทะเบียนสมาชิกร้าน
  2. คูปองแนบท้ายใบเสร็จ (Receipt Tail Coupon): ส่งให้ลูกค้าทันทีหลังชำระเงินในจังหวะที่ลูกค้ากำลังพึงพอใจกับผลลัพธ์บริการ เพื่อล็อกการนัดหมายครั้งถัดไปภายในเวลาที่กำหนด เช่น รับคูปองส่วนลด 200 บาท สำหรับทรีตเมนต์ครั้งถัดไปภายใน 30 วัน เมื่อมียอดใช้จ่ายครบ 1,500 บาท
  3. คูปองฟรี (Free Coupon): มอบบริการเสริมหรือทรีตเมนต์ขนาดทดลองโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อจูงใจให้ลูกค้าทดลองบริการใหม่หรือใช้จัดการสิทธิ์บริการย่อยโดยไม่ต้องลดราคาคอร์สหลัก เช่น ฟรีบริการนวดศีรษะ 15 นาที เมื่อจองแพ็กเกจนวดตัว 3 ครั้งขึ้นไปในวันจันทร์–พุธ
  4. บัตรกำนัล (Voucher): คูปองมูลค่าแทนเงินสดสำหรับใช้ชำระค่าบริการในร้าน เหมาะสำหรับการจำหน่ายเป็นแพ็กเกจของขวัญเทศกาล สวัสดิการองค์กร หรือแลกซื้อล่วงหน้า เช่น Voucher มูลค่า 500 บาท สำหรับใช้กับบริการใดก็ได้ในคลินิก
  5. คูปองโปรโมชัน (Promotional Coupon): คูปองสำหรับส่งเจาะจงเฉพาะกลุ่มเป้าหมายตามฐานข้อมูล เช่น ส่งคูปองส่วนลดสปา 20% เฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้กลับมาใช้บริการเกิน 30 วันหรือเกินรอบนัดหมายปกติ เพื่อดึงลูกค้ากลับโดยไม่ต้องแจกส่วนลดแบบหว่านแห
  6. คูปองสะสมแต้ม (Point Redemption Coupon): เปลี่ยนยอดการใช้บริการทุกครั้งเป็นเป้าหมายการสะสมที่ชัดเจน เช่น ทุกการใช้จ่าย 500 บาท รับ 1 พอยท์ เมื่อสะสมครบ 10 พอยท์ แลกรับบริการทรีตเมนต์หน้าใสฟรี 1 ครั้ง
  7. ระบบแนะนำเพื่อน (Friend Get Friends): ธุรกิจความงามขับเคลื่อนด้วยความไว้วางใจและการรีวิวจากคนใกล้ชิด ฟีเจอร์ Friend Get Friends ช่วยให้ลูกค้าปัจจุบันแชร์ลิงก์แนะนำเพื่อนมาสมัครสมาชิกและใช้บริการ โดยระบบจะมอบโบนัสพอยท์ให้ทั้งผู้แนะนำและเพื่อนที่เข้ามาใช้บริการจริงอย่างเป็นระบบ

ตารางเปรียบเทียบ 4 ทางเลือกระบบสะสมแต้มและสมาชิกสำหรับธุรกิจความงาม (Platform Comparison Matrix)

เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นภาพความแตกต่างในการนำไปใช้งานจริง ตารางด้านล่างเปรียบเทียบทางเลือกทั้ง 4 รูปแบบใน 5 มิติสำคัญของการบริหารคลินิกความงาม สปา และซาลอน

เปรียบเทียบระบบสะสมแต้มและสมาชิก 4 รูปแบบ
มิติการเปรียบเทียบ1. บัตรกระดาษ / สมุดคอร์สเดิม2. LINE Reward Cards (บัตรสะสมแต้มฟรีใน LINE)3. สั่งเขียนแอปพลิเคชันเฉพาะของตัวเอง (Custom In-house App)4. ระบบสะสมแต้มและสมาชิกดิจิทัลเฉพาะทาง (Pointspot)
1. ต้นทุนและการเริ่มต้นใช้งานต้นทุนค่าพิมพ์บัตรเริ่มต้นต่ำ แต่มีค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนเมื่อต้องพิมพ์ใหม่ และใช้เวลาค้นหาเอกสารหน้าเคาน์เตอร์นานไม่มีค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์เพิ่มเติมจากบัญชี LINE OA แต่รองรับเฉพาะรูปแบบสะสมตราประทับพื้นฐานต้นทุนพัฒนาสูงหลักแสนถึงหลักล้านบาท ใช้เวลาพัฒนา 3–6 เดือน พร้อมค่าบำรุงรักษาเซิร์ฟเวอร์และอัปเดตระบบรายปีเริ่มต้นใช้งานได้ทันทีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ ทดลองใช้ฟรี 30 วัน แพ็กเกจ Basic ราคา 49,000 บาทต่อปี (เฉลี่ยประมาณ 135 บาทต่อวัน) รองรับสมาชิกไม่จำกัดจำนวน
2. ความสะดวกของลูกค้าหน้าร้าน (Friction)ความยุ่งยากสูง ลูกค้าต้องพกบัตรกระดาษติดตัว หากลืมหรือทำบัตรหายจะไม่สามารถรับสิทธิ์หรือสะสมแต้มในวันนั้นได้สะดวกสำหรับผู้ใช้ LINE แต่ลูกค้าต้องสแกน QR Code เพื่อรับแต้มเองทุกครั้ง และให้แต้มตามจำนวนครั้งมากกว่าคำนวณตามยอดเงินจริงความยุ่งยากสูงมาก ลูกค้าต้องค้นหาและดาวน์โหลดแอปลงสมาร์ตโฟน กรอกข้อมูลลงทะเบียน และจดจำรหัสผ่าน ทำให้เกิดอัตราการปฏิเสธสมัครหน้าร้านสูงสะดวกสูงสุด ลูกค้าแจ้งเพียงเบอร์โทรศัพท์ที่เคาน์เตอร์ ไม่ต้องดาวน์โหลดแอป ไม่ต้องพกบัตร ระบบส่งแต้มและแจ้งเตือนผ่าน LINE OA หรือ SMS ทันที
3. การดูแลลูกค้า VIP และการแบ่งระดับสมาชิกแยกแยะลูกค้า VIP ได้ยาก ต้องอาศัยความจำของพนักงานต้อนรับหรือเปิดแฟ้มประวัติรายบุคคล ไม่มีการอัปเกรดสถานะอัตโนมัติไม่รองรับการคำนวณยอดใช้จ่ายสะสมเป็นจำนวนเงินเพื่อแบ่งลำดับขั้นสมาชิก VIP (Tier) แบบอัตโนมัติปรับแต่งระดับสมาชิกได้ตามต้องการ แต่ต้องลงทุนเขียนโค้ดระบบเงื่อนไขการปรับระดับและการคำนวณวันหมดอายุเองทั้งหมดรองรับ Member Card หลายระดับ (3 ถึง 20 ระดับตามแพ็กเกจ) พร้อมระบบ Automation ปรับระดับขึ้น-ลงอัตโนมัติตามพอยท์สะสมในรอบ 1–12 เดือน
4. การป้องกันทุจริตและปัญหาสิทธิ์หายเสี่ยงต่อการปลอมแปลงตราประทับหรือลายเซ็นพนักงานสูง บัตรชำรุดหรือสูญหายง่าย ไม่มีบันทึกประวัติดิจิทัลส่วนกลางป้องกันการปลอมตราประทับกระดาษได้ แต่ตรวจสอบความเชื่อมโยงกับยอดเงินต่อบิลและผู้ทำรายการย้อนหลังในระดับละเอียดได้จำกัดปลอดภัยสูงหากวางโครงสร้างฐานข้อมูลรัดกุม แต่ภาระการดูแลความปลอดภัยและการแก้ไขบั๊กทั้งหมดตกอยู่ที่ทีมไอทีของร้านข้อมูลเก็บบนระบบคลาวด์ส่วนกลาง ผูกกับเบอร์โทรศัพท์และโปรไฟล์ลูกค้า มีประวัติการทำรายการโดยผู้ดูแลระบบ (Audit Log) และฟีเจอร์ดึงพอยท์กลับเมื่อคีย์ผิด
5. การกระตุ้นซื้อซ้ำด้วยข้อมูล (Retention / RFM)ไม่มีระบบวิเคราะห์ข้อมูล ไม่สามารถคัดกรองลูกค้าที่ใกล้หมดคอร์สหรือห่างหายไปนานเพื่อส่งโปรโมชันเฉพาะกลุ่มได้ไม่มีระบบวิเคราะห์ RFM และการแบ่งกลุ่มลูกค้าตามมูลค่าการใช้จ่าย การส่งโปรโมชันต้องบรอดแคสต์หว่านแหหรือติดแท็กด้วยมือต้องจ้างนักพัฒนาเชื่อมต่อฐานข้อมูลและสร้างหน้า Dashboard วิเคราะห์ RFM เอง ซึ่งมีต้นทุนพัฒนาและดูแลระบบสูงมีรายงาน RFM Analysis แบ่งลูกค้าอัตโนมัติเป็น 10 กลุ่มตามความถี่และมูลค่าซื้อ พร้อมระบบ Micro Targeting, Birthday Targeting และแจ้งเตือนแต้มใกล้หมดอายุ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับระบบสะสมแต้มสำหรับคลินิกความงาม สปา และซาลอน

1. คลินิกหรือสปาที่มีหลายสาขา ลูกค้าสะสมแต้มและใช้คูปองข้ามสาขาได้หรือไม่?

ใช้งานข้ามสาขาได้ทันที ระบบ Pointspot รองรับการบริหารธุรกิจที่มีหลายสาขา โดยรวมยอดพอยท์สะสม ประวัติการใช้บริการ และสถานะบัตรสมาชิกของลูกค้าไว้ในบัญชีกลางบัญชีเดียว ลูกค้าสามารถแจ้งเบอร์โทรศัพท์เพื่อสะสมแต้มหรือใช้คูปองที่สาขาใดก็ได้ ในขณะเดียวกันผู้บริหารยังสามารถตั้งค่าแคมเปญโปรโมชันแยกเฉพาะสาขาและดูรายงานสรุปแยกตามสาขาได้อย่างอิสระ

2. ระบบสะสมแต้มช่วยแก้ปัญหาลูกค้าซื้อคอร์สแล้วไม่ยอมมาทำต่อเนื่องได้อย่างไร?

ระบบช่วยสร้างตัวกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาตามรอบบริการผ่าน 3 กลไกหลัก ได้แก่ ประการแรก การส่งคูปองแนบท้ายใบเสร็จ (Receipt Tail Coupon) ที่มีกำหนดวันหมดอายุชัดเจน เช่น ส่วนลดหรือบริการเสริมฟรีหากกลับมาภายใน 30 วัน ประการที่สอง การตั้งวันหมดอายุของพอยท์ให้สอดคล้องกับรอบการทำหัตถการ พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อพอยท์ใกล้หมดอายุ และประการที่สาม การใช้รายงาน RFM Analysis คัดกรองกลุ่มลูกค้าที่เว้นระยะการเข้าใช้บริการนานผิดปกติ เพื่อส่งคูปองโปรโมชันดึงกลับมาใช้สิทธิ์ก่อนที่ลูกค้าจะลืมหรือเปลี่ยนใจไปร้านอื่น

3. คลินิกและซาลอนควรตั้งเกณฑ์การให้แต้มกี่บาท = 1 พอยท์?

การตั้งเกณฑ์คำนวณพอยท์ควรอ้างอิงจากยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิล (Average Ticket Size) และอัตรางบประมาณการตลาดที่ร้านกำหนดไว้ (โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3%–5% ของยอดขาย) ตัวอย่างเช่น ร้านสปาและซาลอนที่มีบิลเฉลี่ย 500–1,500 บาท สามารถตั้งค่าทุก 500 บาท หรือ 850 บาท เท่ากับ 1 พอยท์ เมื่อสะสมครบ 10 พอยท์ แลกรับทรีตเมนต์ฟรี 1 ครั้ง ส่วนคลินิกความงามที่มีมูลค่าคอร์สสูงหลักหมื่นบาท สามารถตั้งค่าทุก 500–1,000 บาท เท่ากับ 1 พอยท์ หรือใช้ฟีเจอร์ Product-Level Points กำหนดพอยท์แยกตามรายการหัตถการที่มีอัตรากำไรแตกต่างกันได้โดยตรง

4. ระบบ Pointspot สามารถเชื่อมต่อ API กับโปรแกรมจัดการคลินิกหรือ POS เดิมได้ไหม?

เชื่อมต่อได้ ระบบ Pointspot รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน Open API เข้ากับระบบบริหารจัดการคลินิก ระบบจองคิว หรือระบบ POS เดิมที่ร้านใช้งานอยู่ โดยทีมพัฒนาระบบภายนอกของทางร้านสามารถพัฒนาการเชื่อมต่อเข้ามายัง Pointspot ตามเอกสารมาตรฐาน API ที่กำหนดไว้ (ศึกษาข้อมูลทางเทคนิคได้ที่ https://pointspot.readme.io/) เพื่อให้การส่งพอยท์และการอัปเดตข้อมูลสมาชิกทำงานสอดคล้องกับขั้นตอนการคิดเงินหน้าร้าน

เริ่มต้นสร้างระบบสมาชิกดิจิทัลสำหรับคลินิกความงาม สปา และซาลอนกับ Pointspot

การเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นลูกค้าประจำที่กลับมาใช้บริการต่อเนื่องและบอกต่อคนรู้จัก เริ่มต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนพัฒนาระบบเองใหม่ทั้งหมด Pointspot รวบรวมเครื่องมือสำคัญสำหรับธุรกิจความงามไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทั้งระบบสะสมแต้มด้วยเบอร์โทรศัพท์ การเชื่อมต่อ LINE OA ระบบบัตรสมาชิก VIP อัตโนมัติ คูปองดิจิทัล 6 รูปแบบ และรายงานวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า RFM Analysis

  • แพ็กเกจเริ่มต้น (Basic Package): ราคา 49,000 บาทต่อปี (เฉลี่ยประมาณ 135 บาทต่อวัน ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) รองรับจำนวนสมาชิกไม่จำกัด (Unlimited Members) โควตาการทำรายการ 5,000 รายการต่อเดือน บัตรสมาชิก 3 ระดับ พร้อมฟีเจอร์คูปอง 6 รูปแบบ และรายงาน RFM Analysis ครบถ้วน
  • สิทธิ์ทดลองใช้งานฟรี: ผู้ประกอบการสามารถสมัครทดลองใช้งานระบบได้ฟรี 30 วัน โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำการตั้งค่าแคมเปญให้เหมาะกับคลินิก สปา และซาลอนของคุณ

ศึกษารายละเอียดฟีเจอร์เฉพาะสำหรับธุรกิจความงามและลงทะเบียนทดลองใช้งานฟรีได้ที่:

  • โซลูชันสำหรับคลินิกความงาม สปา และซาลอน: https://www.pointspot.co/vertical/spa-beauty
  • เปรียบเทียบแพ็กเกจและราคาทั้งหมด: https://www.pointspot.co/packages
  • ติดต่อทีมงาน Pointspot: โทรศัพท์ 02-016-6777 หรืออีเมล pointspot@readyplanet.com

ทดลองใช้งานฟรี 30 วัน